อาเซียน คัพ 2026 ใช้กติกาเดียวกับฟุตบอลโลก แต่ไม่มี Hydration Break

ก่อนที่ทีมชาติไทยจะลงสนามพบ สปป.ลาว ในศึกอาเซียน คัพ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก คืนนี้ เวลา 20.00 น. ที่สนามกีฬาแห่งชาติลาว หลัก 16 อยากให้ทุกคนมารู้จักกฎใหม่ของการแข่งขันที่นำมาใช้กันสักหน่อย
การแข่งขันครั้งนี้จะนำกติกาที่เพิ่งประเดิมใช้ในฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมา มาใช้ดังนี้
1. ทุ่มบอลภายใน 5 วินาที หากเกินเวลาจะเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายทุ่มแทน
2. ลูกตั้งเตะจากประตูต้องเตะภายใน 5 วินาที หากเกินเวลาจะเสียลูกเตะมุมให้ฝ่ายตรงข้าม
3. ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวต้องออกจากสนามภายใน 10 วินาที หากเกินเวลา ผู้เล่นตัวสำรองจะต้องรออยู่ข้างสนามอย่างน้อย 1 นาที และจะลงสนามได้เมื่อบอลตาย
4. นักเตะที่บาดเจ็บและมีทีมแพทย์ลงมาดูอาการในสนาม จะต้องออกไปรอข้างสนามอย่างน้อย 1 นาที ยกเว้นกรณีผู้รักษาประตูบาดเจ็บ, นักเตะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ, คู่แข่งได้รับใบเหลืองหรือใบแดง หรือเป็นจุดโทษและผู้บาดเจ็บเป็นผู้รับหน้าที่ยิง
5. ห้ามโค้ชหรือนักเตะติวแท็กติกระหว่างเกมหยุด เนื่องจากมีผู้เล่นบาดเจ็บ ผู้ตัดสินมีอำนาจสั่งห้ามหรือขัดขวาง หากทีมใดฝ่าฝืนกติกาข้อนี้
6. VAR มีอำนาจมากขึ้น เช่น ตรวจสอบใบเหลืองที่ 2 ได้, ริบลูกเตะมุมที่ผู้ตัดสินให้ผิดพลาด และตรวจสอบจังหวะฟาวล์ก่อนการได้ลูกเตะมุม
7. ผู้เล่นที่ใช้มือปิดปากระหว่างมีปากเสียง อาจถูกลงโทษใบแดงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสิน หากมองว่าเป็นการปิดปากเพื่อหลีกเลี่ยงการสื่อสารต่อหน้าคู่กรณี ยกเว้นการพูดคุยตามปกติ หรือการบรีฟแท็กติกระหว่างผู้เล่นทีมเดียวกัน
8. วอล์กเอาต์ = ใบแดง และปรับแพ้ หากมีผู้เล่นหรือบุคคลใดเจตนาเดินออกจากการแข่งขัน (Walkout) ผู้ตัดสินสามารถให้ใบแดงได้ทันที และหากเกมไม่สามารถแข่งขันต่อได้ ทีมนั้นจะถูกปรับแพ้
ส่วน Hydration Break หรือช่วงพักดื่มน้ำกลางการแข่งขัน จะไม่นำมาใช้ ในศึกอาเซียน คัพ 2026
ขณะที่ VAR หากเกิดขัดข้องระหว่างการแข่งขัน จากเดิมจะไม่กลับมาใช้งานจนกว่าจะจบครึ่งเวลา แต่กฎใหม่ระบุว่า หากสามารถแก้ไขระบบได้ระหว่างเกม ก็สามารถนำ VAR กลับมาใช้งานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้จบครึ่งแรกหรือจบการแข่งขัน